ของเล่นเด็ก เดินทาง

ของเล่นเด็ก เดินทาง
ผู้ประพันธ์ : เทวดาศรี สุขโสภา ภาพอธิบาย : ไฟ หนองปลาแพทย์ สถานที่พิมพ์ : มูลนิธิเด็ก

หนังสือภาพระดับคลาสสิกเล่มหนึ่งของประเทศไทย แม้ว่าจะไม่ใช่ภาพวาด แม้เป็นงานศิลปะชั้นหนึ่ง ที่ประดิษฐ์ขึ้นจากนักแสดง ก็เลยเต็มไปด้วยความประณีตบรรจงและละเอียดลออและก็สวย มองสะอาดตา แม้ว่าจะมีคำเพียงแต่น้อยด้วยภาษาครึ่งบทกลอน แม้กระนั้นเด็กๆสามารถรู้เรื่องเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ได้ง่ายๆ เพราะว่าภาพนั้นสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ให้ละเอียด แล้วก็เมื่อมีคนแก่อ่านเรื่องให้ฟัง เชิญกัน สนทนา ตั้งข้อซักถามหาคำตอบ ก็จะเป็นการช่วยทำให้เด็กๆรู้สึกสนุกสนานและก็แฮปปี้กับหนังสือเล่มนี้มากยิ่ง บาคาร่า ขึ้น…

เล่ห์เหลี่ยม คนรวย

เล่ห์เหลี่ยม คนรวย
คนเขียน : สวยพรรณ เวชชาชีวะ ผู้แปล : อรยา สูตะลูก ภาพอธิบาย : วัเฒ่าพร ศรีสุข สถานที่พิมพ์ : มูลนิธิเด็ก ปริมาณ : ๒๔ หน้า

บุตรสาวของคนรวยผู้หนึ่งสมรสแต่งงานไปชายผู้เผลอไผลการเล่นแร่ แปลธาตุ วันตลอดทั้งวันไม่เคยคิดทำการทำงาน มัวแต่รอคอยให้ทุกๆอย่างเปลี่ยนเป็นทองคำ จนกระทั่งข้างบุตรสาวคนมั่งคั่งไม่สบายใจมากมาย ก็เลยไปขอความเห็นคนมั่งมีผู้เป็นบิดา

คนมั่งมีก็เลยวางแผนว่า ถ้าเกิดลูกเขยสามารถเก็บนวลโคนงได้เต็มสองไหขณะใดแล้ว นวลโคนงนั้นจะกลายกระเป๋าฯทองคำโดยทันที ลูกเขยดีใจมาก รีบกลับไปอยู่บ้านมาปลูกกล้วยเต็มงาม บาคาร่า รดน้ำดูแลอย่างยอดเยี่ยม จนกระทั่งกล้วยเติบโตเจริญงอกงาม ผลิใบออกเครือดาษดื่น ลูกเขยรีบกระทำการขูดนวลโคนงใส่เต็มสองไห เอามาให้คนมั่งคั่งถึงหน้าบ้าน ด้วยหวังว่าจะเสกนวลโคนงให้เปลี่ยนเป็นทอง

ข้างคนมั่งคั่งบอกให้ลูกเขยรอคอย ก่อนที่จะสั่งให้บุตรสาวเก็บกล้วยในสวนเอาไปขาย จนได้เงินกลับมาเต็มสองไหพอดิบพอดี ทำให้ลูกเขยได้ทำความเข้าใจว่า การตั้งมั่นหาเลี้ยงชีพ จากหยาดเหงื่อแรงงานของตัวเองแค่นั้นก็เลยจะได้ผลลัพธ์ที่ดี นับตั้งแต่นั้นมา ลูกเขยก็ไม่เคยนั่งอยู่เฉยเพื่อคอยชะตาชีวิตอีกเลย…

คุณแม่มด น้อยเท้าโต

คุณแม่มด น้อยเท้าโต
ผู้แต่ง-ภาพประกอบ : อินกริด และดีเทอร์ ชูแบร์ต ผู้แปล : วิไลลักษณ์ ฐิติธํารง และ ยอดชาย สุทธิธนกูล สํานักพิมพ์ : แพรวเพื่อนเด็ก สถานที่พิมพ์ : กรุงเทพฯ ครั้งที่พิมพ์ : 2 ปีที่ พิมพ์ : 2544 จํานวน : 24 หน้า ขนาดของหนังสือ : 22 x 26.5 ซม

แม็กกี้ได้พบกับแม่มดจิ๋วตีนโตที่หนีมาจากแดนแม่มด เพราะน้อยใจที่ถูกแม่มด คนอื่น ๆ ล้อว่าตีนโต แม็กกี้ได้สอนให้แม่มดจิ๋วตีนโตแปรงฟัน ทําให้ฟันของแม่มด เปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีม่วง

แถมยังทาสีรองเท้าให้แม่มดใหม่ ทําให้แม่มดมีความสุข มาก และเสนอจะให้พรแม็กกี้ 1 ข้อ แม็กกี้จึงขอพรให้เธอกลายเป็นมังกร แต่แม่มดจิ๋ว ร่ายคาถาเปลี่ยนร่างไม่สําเร็จ กลับกลายเป็นคาถาที่ทําให้มังกรอ็อตโต้ออกมาแทน บาคาร่า แม่มดจิ๋วและมังกรอ็อตโต้จึงลาแม็กกี้กลับไปยังโลกแม่มด และส่งจดหมายบอกว่าจะมา หาแม็กกี้อีก…

ใครรู้บ้าง น้องหนูอยู่ไหน

ใครรู้บ้าง น้องหนูอยู่ไหน
ผู้แต่ง : โยริโกะ ษุษูอิ ผู้แปล : พรอนงค์ นิยมค้า ภาพประกอบ : อาคิโกะ ฮายาชิ สำนักพิมพ์ : แพรวเพื่อนเด็ก จำนวน : ๓๒ หน้า

น้องหนูอยู่ไหน เป็นหนังสือที่แสดงออกถึงความห่วงใย และความรับผิดชอบของเด็กเล็กๆได้อย่างชัดเจน เมื่อคุณแม่ได้ฝากอาซาเอะจังให้คอยดูแลน้องสาวตัวน้อย เพราะแม่ต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน อาซาเอะรับปากแม่เป็นมั่นเหมาะ และตั้งใจอย่างยิ่งที่จะดูแลน้องสาว

อาซาเอะก้มหน้าก้มตาวาดเส้นเป็นรางรถไฟให้น้องเล่น เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ปรากกว่าน้องสาวตัวน้อยหายไปจากตรงที่เคยยืนอยู่เสียแล้ว อาซาเอะตกใจหน้าตื่น รีบวิ่งตามหาน้อง และระหว่างนั้น ดูเหมือนว่าอาซาเอะจะได้พบน้องสาว แต่ก็กลับไม่ใช่น้องของตัวเองทุกครั้งไป และบางครั้งยังได้ยินเสียงรถยนต์หยุดกระทันหัน พาลทำให้อาซาเอะยิ่งเพิ่มกังวลมากขึ้นทุกที อาซาเอะพยายามคิดว่าน้องสาวตัวเล็กจะเดินไปไหนได้บ้าง และสุดท้ายก็ไปพบน้องสาวตัวน้อยกำลังเล่นอยู่ในกระทะทรายที่สวนสาธารณะ

หนังสือเล่มนี้ อาจจะถือได้ว่าเป็นการให้บทเรียนที่ยิ่งใหญ่แก่เด็ก สอนให้เด็กเล็กๆรู้จักการระมัดระวัง แม้จะเป็นเวลาเพียงช่วงเสี้ยววินาทีก็ตาม ด้วยภาพวาดแบบมีชั้นเชิง ในภาพจากสายตาของอาซาเอะ ซึ่งเป็นมุมมองระดับต่ำกว่าสายตาของผู้ใหญ่ ฉะนั้น ทุกภาพที่ปรากฏจึงใหญ่โต มโหฬาร น่าตื่นตระหนกไปเสียทั้งหมด แต่เมื่อเหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติ บาคาร่า คือเมื่อคุณแม่เดินมาพบอาซาเอะและน้องสาวกอดกันแน่นอยู่ในกระทะทราย ก็กลับกลายเป็นภาพจบที่ดูแสนอบอุ่นและปลอดภัย…

ดอกประดู่ ใกล้ตัว

ดอกประดู่ ใกล้ตัว
ผู้แต่ง : “หลานโมกับลุงมวล” ภาพประกอบ : ปรีดา ปัญญาจันทร์ สำนักพิมพ์ : แพรวเพื่อนเด็ก จำนวน : ๓๒ หน้า

ดอกประดู่ใกล้ตัว เป็นหนังสือที่บอกเล่าถึงดอกไม้ที่ออกดอกบานสะพรั่งในฤดูร้อนของเมืองไทย นำเสนอด้วยบทร้อยกรองอ่านง่าย ให้สาระความรู้

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ อยู่ที่ภาพวาดที่สวยงาม มีรายละเอียด และยังน่าสนุกสำหรับเด็กด้วย เพราะตัวละครในเรื่องล้วนแต่เป็นเด็ก ที่กำลังเพลินเพลินอยู่ท่ามกลางดอกไม้บานหลากหลายชนิด ทั้งดอกหางนกยูง ดอกคูน ดอกประดู่ ตะแบก ดอกจานและเฟื่องฟ้า ซึ่งดอกไม้แต่ละชนิดที่นำเสนอนี้ มีสีสันที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และมีให้พบเห็นอยู่ทั่วไป เมื่อเด็กอ่านหนังสือเล่มนี้จบแล้ว จะรู้จักต้นไม้ ดอกไม้เพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากได้รู้จักว่า จะนำบางส่วนของต้นไม้ ดอกไม้มาเล่นได้แล้ว ยังเป็นหนังสือที่ช่วยกระตุ้นให้เด็กๆได้รู้จักสังเกต บาคาร่า ได้มองได้เห็นและมีโอกาสได้ชื่นชมตามสวยงามของดอกไม้ในธรรมชาติอีกด้วย…

เจ้าของโรงสี กับ ลาโง่

เจ้าของโรงสี กับ ลาโง่
ผู้แต่ง : ลาฟองเตน ผู้แปล : อริยา ไพฑูรย์ ภาพประกอบ : ไบรอัน ไวล์ดสมิธ สำนักพิมพ์ : แพรวเพื่อนเด็ก จำนวน : ๓๒ หน้า

เจ้าของโรงสีกับลา เล่มนี้แปลมาจากฉบับภาษาของ ลา ฟองเตน (La Fontaine) นักเล่านิทานชาวฝรั่งเศสที่เป็นหนึ่งในนักเล่านิทานยุคโบราณ

ด้วยเนื้อเรื่องที่มีความยาวและซับซ้อน จึงเหมาะสำหรับเด็กโตที่ผ่านการอ่านหนังสือมาแล้วระดับหนึ่ง จุดที่โดดเด่นที่สุดของหนังสือเล่มนี้ คือ สีสันของภาพประกอบ การจัดองค์วางภาพที่แปลกตา โดยฝีมือของ ไบอัน ไวล์ด สมิธ ( Brian Wild Smith) นักวาดภาพประกอบหนังสือเด็กฝีมือระดับโลก ซึ่งภาพในแต่ละหน้า นั้น เต็มไปด้วยรายละเอียด มีความงดงามทางศิลปะ เปี่ยมด้วยพลัง และความมีชีวิตชีวา อันจะเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานทางศิลปะ ให้แก่เด็กๆที่ได้มีโอกาสเห็น ดูและพิจารณา บาคาร่า หรือเพื่อเป็นการปูพื้นในรสนิยมทางศิลปะให้แก่เด็กๆ…

นิยายเล่ห์รักบุษบา เรื่อง : เล่ห์รักบุษบาผู้เขียน : ณารา สำนักพิมพ์ : พิมพ์คำ

นิยายเล่ห์รักบุษบา เรื่อง : เล่ห์รักบุษบาผู้เขียน : ณารา สำนักพิมพ์ : พิมพ์คำ

บริษัทผู้ผลิตเหล้าองุ่นดีเด่นรายปี ฟ็อกซ์ครีกไวเนอรี มีขนาดเกือบจะร้อยเอเคอร์อยู่ใกล้เมืองเคโลว์นา บริติชโคลัมเบีย เจ้าของผู้ริเริ่มมาถึงสามสิบปีเป็นประธาน โจ เทอร์บาสเก็ต อินเดียนแดงเผ่าโอคานากัน ที่แฟนผิวขาว มาร์กาเร็ต ถูกบังคับให้สมรสกับคนอื่นๆ มีลูกชาย เป็น เดวิด ไทเลอร์ แต่ว่าความร้ายแรงในครอบครัวทำให้สามารถหย่าและก็มาแต่งกับโจกระทั่งมีลูกชายหญิงเป็น ฟอลคอน แล้วก็ สกาย ตอนนี้ครอบครัวสุขสบายและก็คุ้นเคยกันดีเยี่ยม เดวิดปฏิบัติงานเป็นผู้จัดการ ฟอลคอน (เด็กกว่าเดวิดสามปี) ถูกฝึกหัดงานแม้กระนั้นเด็ก เดี๋ยวนี้เป็นหุ้นส่วนกับบิดา ส่วนสกายเรียนบริหารธุรกิจอยู่

ผกาบรรณหรือ บันนี่ เป็นสาวไทยที่มาเรียนเรื่องทำเหล้าองุ่น ด้วยเหตุว่า โภคี ที่เป็นแฟนมาเจ็ดปีเป็นลูกชายไวเนอรีใหญ่ในไทย โลกทลายก่อนตอนฝึกการทำงานเมื่อทราบว่าโภคิณกำลังจะแต่งกับสาวมีแบ็ค นอกเหนือจากการที่จะเศร้าใจยังส่งผลให้ครอบครัวมีปัญหาด้านการเงิน บ้านบิดามารดากำลังจะโดนยึด เมื่อได้รับฝึกหัดงานสี่เดือนที่ไร่ฟ็อกซ์ครีก บันนี่ก็เลยตั้งอกตั้งใจจะจับเดวิดที่นึกว่าเป็นเจ้าของไร่เพราะเหตุว่ารอออกหน้าในงานสังคม

ที่บันนี่ไม่เคยทราบเป็นคุณได้งานด้วยเหตุว่าฟอลคอนรู้สึกปิ๊งแรกเห็นในงานแข่งขันเหล้าองุ่น เมื่อเจอะกันที่ไร่ บันนี่นึกว่าฟอลคอนเป็นหัวหน้าคนงาน ทำให้เปิดใจหารือหัวข้อการจับเดวิด ทำเอาฟอลคอนรู้สึกลบหลู่ดูหมิ่นบ้าง แถมโจได้ข้อตกลงกับ หฝ่าส์ สหายแม้กระนั้นเด็กที่ทุพพลภาพเพราะเหตุว่าช่วยโจจากหมี บาคาร่า
ให้ฟอลคอนสมรสกับบุตรสาวคนโต ซีคุณย่า ซึ่งฟอลคอนได้ชิ่งหนีมานานจนกระทั่งโจชักหมดความทรหดอดทน บวกกับอาการที่แสดงความพึงพอใจบันนี่ โจเลยขอให้เดวิดไปจีบบันนี่ ทำเอาเกิดเหตุเดทสองคู่ที่วุ่นวายป่วนปั่น…

อสุรกายใต้เตียง

อสุรกายใต้เตียง
บทความโดย ธีรวงศ์ ธนิษฐ์เวธน์ (The Monster Bed) -ไม่มีจำหน่ายแล้ว ผู้แต่ง จีนส์ วิลลิส ผู้แปล อักษรศาสตร์ ศรีเรือน ภาพประกอบ ซูซาน วาร์เลย์ สำนักพิมพ์ นิวเจนเนอเรชันพับลิซซิง จำกัด

ด้วยความตั้งใจของหลายสำนักพิมพ์ที่นำผลงานระดับโลกมาตีพิมพ์ ในขณะที่ความเข้าใจของผู้ซื้อยังไม่พร้อม หนังสือดีที่เด็ก ๆ ชื่นชอบหลายเล่มจึงไม่สามารถทำการตลาดได้ ทำให้ผลงานดี ๆ ที่เกิดขึ้นได้สูญหายไปจากแผงหนังสือบ้านเราเสมอมา และกลายเป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับเด็ก ๆ รุ่นใหม่ ๆ ที่ไม่มีโอกาสได้พบเห็น ไม่ได้ฟังเรื่องราวอันสนุกสนานเหล่านั้น (หากเราไม่เคยรู้ไม่เคยเห็นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง)

อสุรกายใต้เตียง เป็นหนึ่งในหนังสือเหล่านั้น บาคาร่า ซึ่งไม่เคยได้รับการตีพิมพ์ซ้ำอีกเลยนับแต่การพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๕ และคงไม่มีวางจำหน่ายแล้วในปัจจุบัน แต่ยังอาจจะพอหาได้ในงานหนังสือต่าง ๆ หรือมีหลงเหลืออยู่ตามร้านหนังสือต่างจังหวัด หากมีเวลาและตั้งใจหาก็อาจโชคดีดังเช่นที่ผู้เขียนเคยได้หนังสือดีที่ไม่ตีพิมพ์แล้วมาหลายเล่ม

หนังสือเรื่องนี้มีแง่มุมที่น่าสนใจซ่อนอยู่มาก และผู้เขียนยังแอบหวังอยู่ลึก ๆ ว่าเมื่อผู้ซื้อ (พ่อแม่) เข้าใจประโยชน์ของหนังสือภาพสำหรับเด็กมากขึ้นสำนักพิมพ์ก็อาจนำมาตีพิมพ์อีก ก็จะเป็นคุณูปการแก่เด็ก ๆ เพราะอสุรกายใต้เตียงพูดถึงความกลัวของเด็ก ๆ ให้เป็นเรื่องเล่นในท่าทีที่สนุกสนาน และล้อเลียนเด็ก ๆ (จนอาจถึงขั้นเหน็บแนมก็ว่าได้) บอกเด็ก ๆ ว่าเราไม่ได้เป็นผู้เดียวที่กลัวสิ่งลึกลับ เพราะเจ้าสิ่งลึกลับนั้นก็กลัวเราเช่นกัน (หากมันมีอยู่จริง)

ภาพประกอบในเรื่องล้อเลียนเด็ก ๆ ตลอดเวลา ทั้งกริยาอาการ การเล่นของเล่น เช่น ตุ๊กตาหมีของเจ้าปีศาจ โต๊ะอาหาร หนังสือนิทาน ภาพวาดเด็กอนุบาล และกิจกรรมอื่น ๆ ในชีวิตประจำวัน สรุปความว่าปีศาจก็เหมือนคน ขี้กลัวเหมือนคน และน่าตลก โดยเฉพาะตอนเล่าเรื่องเกี่ยวกับเด็กมนุษย์ที่อาจมาซ่อนอยู่ใต้เตียงคอยแลบลิ้นปลิ้นตาหลอกนั้น น่าขำจนอดยิ้มไม่ได้ นอกเหนือจากมุขตลกแบบปีศาจ ๆ ที่เจ้าแดนนิสกัดจมูกแม่ตอนที่แม่จะก้มลงจูบก่อนนอน จนแม่พูดไม่เป็นภาษา ดูโหด ๆ แบบปีศาจ แต่น่ารัก แล้วผู้ประพันธ์ยังไพล่ไปล้อปีศาจของ มอริช เซนดัก เอาไว้ด้วยโดยเอาเจ้าปีศาจของเขามานั่งเหงาหาวนอนอยู่ข้างเตียงของแดนนิสเจ้าปีศาจน้อย

ภาพประกอบของซูซาน วาร์เลย์ ดูอบอุ่น แต่เหงาและห่างไกล จนรู้สึกได้ว่าเรื่องราวเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องจริง ขณะเดียวกันก็ให้สีหวานแหววจนเจ้าปีศาจไม่มีความน่ากลัวเหลืออยู่ แต่กลับมีความน่ารักน่าชังแบบโหด ๆ แสบ ๆ คัน ๆ

ส่วนเจ้าเด็กหนีเรียนที่หลงเข้ามานั้น ดูสับสนและน่าลงโทษ ซึ่งผู้ประพันธ์คงตั้งใจแกล้ง โดยเอาเด็กหนีเรียนมาเล่น เพื่อเตือนสติและเจ้าเด็กคนนี้ก็ช่างไม่รู้จักสังเกตสังกาอะไรเลย เข้านอนบนเตียงของปีศาจด้วยความหนาวเหน็บ หลังจากถอดเสื้อผ้าทิ้งเกลื่อนกลาดเช่นที่เด็กผู้ชายชอบทำกัน และเข้านอนแบบเด็กฝรั่งโดยถอดเสื้อออกหมดก่อนนอน แต่ครั้นต้องวิ่งหนีปีศาจ ก็ยังอุตส่าห์คว้าข้าวของของตนไปได้เกือบครบถ้วน

ภาษาเล่าเรื่องที่แปลเป็นกลอนแปดนั้นแสนสนุกและน่าทึ่ง จนรู้สึกไปว่าผู้แปลสร้างต้นฉบับขึ้นมาด้วยตนเอง และด้วยความที่ผู้เขียนไม่เคยเห็นต้นฉบับภาษาอังกฤษ จึงนึกไม่ออกเลยว่าภาษาเดิมเรียบเรียงไว้อย่างไร นอกจากนี้ชื่อผู้แปลก็ไม่เป็นที่คุ้นเคย ไม่เคยเห็นในหนังสือเล่มอื่น ๆ แต่แปลหนังสือสำหรับเด็กได้ล้ำเลิศจนนึกเสียดายว่าน่าจะมีงานเล่มอื่นๆ ออกมาให้เด็ก ๆ ได้ชื่นชมอีก…

ทายซิทายซิ หนูรักพ่อมากแค่ไหน

ทายซิทายซิ หนูรักพ่อมากแค่ไหน
บทความ : ธีรวงศ์ ธนิษฐ์เวธน์ แปลจาก Guess How Much I Love You เรื่องโดย Sam Mcbartney ภาพโดย Anita Jeram ผู้แปล ธีรวงศ์ ธนิษฐ์เวธน์ สำนักพิมพ์แพรวเพื่อนเด็ก

มีหนังสือสำหรับเด็กไม่มากนัก ในบ้านเราที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก ทั้งที่ความจริงแล้วเด็กๆ(ลูก) มักจะนิยมชมชอบการได้หยอกล้อลูบหัวกับพ่อมากกว่าเล่นกับแม่ ในขณะที่คุณแม่ส่วนใหญ่มักจะทำหน้าที่เป็นผู้คอยดูแลเรื่องความเป็นอยู่และความสะดวกสบายของลูกๆ หนังสือเรื่อง“ทายซิ ทายซิหนูรักพ่อมากแค่ไหน” เป็นหนังสือเด็กที่เล่าเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ-ลูกได้อย่างน่ารัก แนบเนียนให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติมากที่สุดเล่มหนึ่ง

พ่อกระต่ายสีน้ำตาลที่ดูกระดำกระด่าง ไม่ค่อยน่ารักในสายตาของผู้ใหญ่อย่างเราและลูกกระต่ายน้อยสีน้ำตาลรูปร่างท่าทางเก้งก้าง กระทั่งบางคนมองเห็นว่าเป็นลา มากกว่าจะดูเป็นกระต่าย แต่หากเรามองข้ามจุดนี้ไปได้ เราจะได้เห็นความอบอุ่น ความน่ารักและรู้สึกซาบซึ้งไปกับพ่อ-ลูกกระต่ายสีน้ำตาลคู่นี้ผ่านเนื้อหา สาระที่มีอยู่ในเรื่อง

ครูชีวัน วิสาสะ มักพูดอยู่เสมอว่า ในหนังสือภาพสำหรับเด็กนั้นประกอบด้วย บาคาร่า ภาพ ภาษาและเนื้อหา ซึ่งผู้ใหญ่ควรจะต้องค้นให้พบว่า ในหนังสือแต่ละเล่ม ภาพที่เล่าเรื่องอย่างไร นำเสนอด้วยภาษาเช่นไรและมีเนื้อหาอะไร

คุณพ่อคุณแม่อ่านตัวหนังสือไปอย่างช้าๆ เพื่อปล่อยให้ลูกได้ดูภาพกระต่ายพ่อ-ลูกจ้องมองกัน ส่งผ่านความรู้สึกรักใคร่ต่อกัน ภาพของพ่อกระต่ายที่แสดงความชื่นชมลูกน้อย ภาพกระต่ายน้อยที่ตื่นเต้นตาโตเมื่อรับรู้ว่า พ่อกระต่ายรักตัวมากแค่ไหนดังที่กล่าวไว้ตอนต้นว่า ภาพกระต่ายป่าพ่อ-ลูกที่ดูเหมือนไม่น่ารักในสายตาของผู้ใหญ่ แตกต่างจากกระต่ายขนฟูน่าเอ็นดูที่เราเห็นกันเสมอในหนังสือเด็กเกือบทุกเล่ม แต่สิ่งที่ซ่อนลึกอยู่ในความกระดำกระด่างของกระต่ายสีน้ำตาลพ่อ-ลูกคู่นี้ คืออารมณ์ที่ถ่ายทอดผ่านสีหน้าท่าทางของกระต่ายทั้งสองตัวต่างหากที่ให้ความ รู้สึกเมื่อเรามองดูภาพประกอบในหนังสือเด็กเล่มนี้

เรื่องเล่าว่า…วันหนึ่งขณะที่พ่อ กระต่ายกำลังพาลูกน้อยไปนอน ลูกกระต่ายสีน้ำตาลถามพ่อขึ้นว่า “ทายซิ ทายซิหนูรักพ่อมากแค่ไหน” พ่อกระต่ายซึ่งก็คงหมือนกับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ที่จะต้องแปลกใจและงง และแน่นอน…ตอบไม่ถูก ! จึงทำได้แค่เฉไฉไปว่า “พ่อทายไม่ถูกหรอก” ลูกกระต่ายน้อยจึงกางแขนออกกว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ แล้วบอกพ่อว่า “รักมากเท่านี้ไง”

พ่อกระต่ายจึงค่อยรับมุข แล้วบอกกับลูกน้อยกลับไปว่า “พ่อก็รักลูกมากเท่านี้” พร้อมกับกางแขนออกกว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ แล้วเกมใครรักมากกว่ากัน ก็เริ่มขึ้นจากตรงนี้เอง เพราะลูกกระต่ายก็ไม่ยอม มันชูสองแขนขึ้นเหนือหัวแล้วบอกพ่อว่า “หนูรักพ่อสูงเท่าสุดมือหนูเลย” พ่อกระต่ายซึ่งก็ไม่ยอมแพ้เช่นกันชูมือขึ้น ก่อนจะบอกลูกว่า “พ่อก็รักลูกสูงเท่าสุดมือพ่อเลย”

คราวนี้เกมใครรักมากกว่ากัน เริ่มเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน เมื่อกระต่ายน้อยกระโดดตีลังกายกขาขึ้นแตะกิ่งไม้และบอกว่า “หนูรักพ่อตลอดตัวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า”

มีหรือที่พ่อกระต่ายจะยอมแพ้ง่ายๆ จึงอุ้มกระต่ายน้อยพลางเหวี่ยงขึ้นสูงแล้วบอกว่า “พ่อก็รักลูกตลอดตัวตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าของของลูก” กระต่ายน้อยไม่ยอมแพ้มันบอกพ่อว่า “หนูรักสูงเท่าหนูกระโดด” พ่อกระต่ายก็กระโดดสูงลิบจนหูยาวๆ ของพ่อแตะกิ่งแล้วเกทับลูกว่า “พ่อก็รักลูกสูงเท่าที่พ่อกระโดด”

กระต่ายน้อยตะลึงตาค้างขณะมองเห็นว่า พ่อกระโดดได้สูงมากแค่ไหน เนื้อเรื่องดำเนินเรื่อยมาโดยผู้แต่งมิได้สรุปชี้นำแม้แต่น้อยว่าแท้ที่จริงแล้วพ่อกระต่ายรักกระต่ายน้อยมากกว่าเสมอ

ในเวลาที่เด็กๆ ดูหนังสือภาพนั้น เขามิได้ดูหรือฟังแบบผู้ใหญ่ซึ่งกำลังฟังเรื่องราวของคนอื่น แต่เด็กๆจะฟังและดูในฐานะตัวละครในเรื่อง เอาตัวเองเข้าไปสวมบทบาทเป็นตัวละครในเรื่อง

ในตอนท้ายสุด เมื่อกระต่ายน้อยรู้สึกง่วงนอนเต็มที่ มันเงยหน้าขึ้นไปเห็นดวงจันทร์และคิดได้ว่าคงจะไม่มีอะไรอยู่ไกลไปกว่าดวงจันทร์อีกแล้ว จึงพูดขึ้นว่า “หนูรักพ่อตรงขึ้นไปจนถึงดวงจันทร์” แล้วหลับตาลงนอน พ่อกระต่ายได้แต่พูดเบาๆ ก่อนหอมแก้มลูกรักขอให้นอนหลับฝันดีว่า “พ่อก็รักตรงขึ้นไปถึงดวงจันทร์….และกลับลงมา” เวลานั้นกระต่ายน้อยนอนหลับปุ๋ยไปแล้ว จึงไม่ต้องรับรู้ว่า เกมนี้พ่อชนะ แต่คนอ่านมีก้อนจุกอยู่ในลำคอ…

โจโจเจ้าป่ากับมงกุฎรังนก

โจโจเจ้าป่ากับมงกุฎรังนก
เรื่อง เอริโกะ คิชิดะ / ภาพ จิโยโกะ นาคะทานิ บทความ : ระพีพรรณ พัฒนาเวช

โจโจ คือ เจ้าป่าผู้น่าเกรงขามใครๆต่างก็ยำเกรง แม้เพียงโจโจย่างกายผ่านแต่ไม่มีสัตว์ตัวใดล่วงรู้ความลับของเจ้าป่า ว่าแท้จริงเขากำลังอ่อนล้าหูตาฝ้าฟางสิ้นเรี่ยวแรงและรู้สึกโดดเดี่ยวเหลือเกิน เวลาเดียวกันนั้นโจโจได้พบกับแม่นก ผู้เพิ่งสูญเสียไข่ฟองน้อยถึงหกฟอง

เมื่อผู้สูญเสียทั้งสองได้พบกัน ต่างแบ่งปันสิ่งที่เหลืออยู่มิตรภาพอันยิ่งใหญ่จึงเริ่มต้น กำลังกายและกำลังใจที่คล้ายจะเหือดหายกลับคืนสู่ทั้งคู่อย่างรวดเร็วและพร้อมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เปี่ยมด้วยพลังและความหวัง

เนื้อหาของหนังสือเรื่อง โจโจเจ้าป่าฯ มีความลึกซึ้งให้ความรู้สึกที่ซาบซึ้งและอ่อนโยน บาคาร่า เด็กๆจะได้เห็นผู้ยิ่งใหญ่ที่รู้จักรักและเอื้อเฟื้อต่อผู้ที่เล็กกว่ามาก ส่วนผู้น้อยเช่นแม่นกก็ได้วางไข่เล็กๆ รุ่นใหม่บนมงกุฎ ที่ถือว่าเป็นสัญลักษณ์สูงสุดของอำนาจ หากแม่นกตัวเล็กๆไม่มีความกล้าหาญเสียแล้ว เธอคงไม่อาจปกป้องไข่น้อยของตัวเองได้ดีเท่ากับฝากไว้บนมงกุฎของเจ้าป่า เด็กๆ สามารถเรียนรู้ในสิ่งที่อธิบายยากได้เข้าใจง่ายๆ ว่าหากทุกชีวิตเอื้อเฟื้อต่อกันแล้วก็จะสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

จุดที่โดดเด่นที่สุดของหนังสือเล่มนี้ คือ ภาพที่มีพลังมีอารมณ์อันหลากหลาย หากมองเพียงผ่านๆจะไม่เห็นรายละเอียดเท่าใดนัก จึงอยากแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่ค่อยๆเปิดหนังสือช้าๆทีละหน้า จุดแรกที่น่าสังเกต คือ สายตาของเจ้าป่าที่แสดงอารมณ์ในทุกๆหน้า ตั้งแต่เริ่มเรื่องเจ้าป่าแสดงสายตาของผู้แข็งแกร่งสมเป็นเจ้าป่าที่ใครๆต่างยำเกรง ส่วนหน้าถัดมาเมื่อเจ้าป่าเฝ้ามองเงาของตัวเองในน้เป็นสายตาของเจ้าป่าผู้เหงาหงอยอย่างสิ้นเชิง

และหลังจากที่โจโจเจ้าป่าได้พบกับแม่นกแล้ว สายตาของเจ้าป่าก็เปลี่ยนแปลงไปนับแต่นั้น คงเหลือแต่สายตาและกริยาท่าทางที่อ่อนโยนตลอดจนจบเรื่อง ส่วนโครงสีที่ใช้ก็น่าสนใจมากเช่นกัน เราจะเห็นฉากที่มีสีระบายเข้มเต็มอยู่ถึงสามหน้าคู่ เป็นฉากที่เจ้าป่าเริ่มอาสาปกป้องไข่ฟองน้อย เป็นช่วงเวลาแห่งความระแวดระวังและความรับผิดชอบในบรรยากาศที่กดดัน ทั้งสภาพอากาศและสัตว์ที่คอยหมายจ้องจะมาโขมยกินไข่นก

จนเมื่อไข่ฟองน้อยฟักออกเป็นลูกนกน้อยๆ สีก็เปลี่ยนมาเป็นสว่างและสดใส ดูมีความหวังทันที พร้อมกับประโยคกินใจว่า “ลูก นกทั้งเจ็ดพากันส่งเสียงร้องเพลงอยู่รอบๆ แผงคอ ….แม้เวลานี้ โจโจเจ้าป่าจะมองไม่ค่อยเห็น…แต่เขายังสามารถได้ยินเสียงต่างๆ อย่างชัดเจน โจโจเจ้าป่าจึงชอบนั่งนิ่งๆ คอยฟังบรรดาลูกนกส่งเสียงร้องจิ๊บๆ อย่างสุขใจ”

โจโจเจ้าป่ากับมงกุฎรังนก เป็นหนังสือเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น ตีพิมพ์ครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๐๓ หรือ ๕๐ มาแล้ว นับเป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กรุ่นกลางค่อนไปทางยุคเริ่มต้นของญี่ปุ่น ภาพวาดลงบนผืนผ้าใบซึ่งเป็นผลงานชั้นครู ขณะเดียวกันก็ดูเป็นภาพง่ายๆ คล้ายเด็กวาด มีการออกแบบจัดวางภาพและตัวหนังสืออย่างลงตัวและดูทันสมัย แม้เวลาผ่านมาแล้วถึงครึ่งศตวรรษก็ตาม…